Superoxide ที่ว่าแน่ยังแพ้ SOD

 แม้ ว่า Superoxide จะเป็นอนุมุลอิสระที่มีความรุนแรงและเป็นพิษต่อเซลล์ต่างๆอย่างมาก แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อ SOD เอนไซม์ที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้น ต้องมาทำความรู้จักกับคู่รักคู่แค้นคู่นี้กันหน่อยแล้ว ขอเริ่มที่แหล่งกำเนิดของ superoxide ซึ่งมีชื่อเต็มว่า superoxide anion radical กันก่อน

สาเหตุการเกิด superoxide มีด้วยกัน 3 อย่าง คือ
1. เกิดจากระบบภูมิต้านทานในร่างกายดึงเอาออกซิเจนมาใช้ในการทำลายเชื้อโรค
2. เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารให้เกิดเป็นพลังงานอย่างรุนแรงในเซลล์
3. จากการได้รับแสงยูวี โดยแสงยูวีจะกระตุ้นให้เกิดการปล่อย superoxide ซึ่งส่งผลให้เกิดไขมันเปอร์ออกไซด์ใต้ผิวหนังและทำให้คอลลาเจนถูก ทำลายอย่างรวดเร็ว

แม้ว่า superoxide จะเป็นพิษต่อเซลล์สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในที่ที่มีออกซิเจน ซึ่งรวมถึงเซลล์ของคนเราด้วย แต่วิวัฒนาการทางธรรมชาติก ็ทำให้ร่างกาย สร้างเอนไซม์ที่มีฤทธิ์สามารถกำจัด superoxide ส่วนเกินออกไปได้ เอนไซม์ตัวนี้ก็คือ superoxide dismutase หรือ SOD ซึ่งมีประสิทธิภาพ ในการทำให้ อนุมูลอิสระ superoxide เป็นกลางอย่างรวดเร็ว โดย SOD จะกระจายตัวไปทั่วร่างกาย เพื่อแก้ปัญหาที่โปรตีนชนิดต่างๆ และคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ถูกทำลาย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สภาพของผิวหนังเสื่อมและชราก่อนวัย สังเกตได้จากการเกิดริ้วรอย ความหมองคล้ำ และการขาดความชุ่มชื้นของผิว
ถึงแม้ว่าตามธรรมชาติร่างกายจะสร้าง SOD ขึ้นมากำจัด superoxide ทันที แต่กิจวัตรประจำวันของเราที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดและแสงยูวีเป็นเวลานาน รวมถึงความเครียด และวัยที่สูงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายสร้าง SOD ได้ลดลง การเกิดริ้วรอยบนผิวหนังก่อนวัยอันควรจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากของคน ยุคนี้

แต่ยังโชคดีที่นอกจากร่างกายจะผลิตได้เองแล้ว SOD ยังเป็นเอนไซม์ที่สามารถสังเคราะห์ได้จากผลิตภัณฑ์ตามธรรมชาติ เช่น จากผลเมล่อน และเมล็ดลิ้นจี่ เป็นต้น ที่น่าเสียดายก็คือ SOD จะถูกทำลายด้วยกรดและน้ำย่อยในระบบทางเดินอาหารเมื่อเรารับประทานเข้าไป ร่างกายจึงไม่สามารถได้รับสาร SOD จากการรับประทานได้

จนกระทั่งในปลาย ค.ศ. 1980 สถาบัน Bionov ประเทศฝรั่งเศส ได้พัฒนาสายพันธุ์เมล่อน ที่สามารถสังเคราะห์สาร SOD ตามธรรมชาติได้ มากกว่าเมล่อนสายพันธุ์อื่นทั่วไป และยังได้ทำการพัฒนาสารสกัดที่ได้จากน้ำคั้นของผลเมล่อนนี้ ให้สามารถถูกดูดซึมได้ในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงผลการ ทดลองทางการแพทย์ยังพบว่า เมื่ออาสาสมัครรับประทานสารสกัดจากน้ำคั้นผลเมล่อนนี้จำนวน 10 มิลลิกรัม พวกเขาจะมีสาร SOD ในกระแสเลือดสูงถึง 140 ยูนิต นับเป็นผลการวิจัยที่มีความสำคัญมากต่อนวัตกรรมการป้องกันการเกิดความชรา ก่อนวัยจากแสงยูวีในแสงแดด เพราะการรับประทานสารสกัด SOD จะสามารถช่วยกำจัดสาร superoxide ที่เกิดจากแสงยูวีและความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Reference
1.Jean-max Rouanet. “Melon superoxide dismutase activity and adipokine imbalance”, AgroFOOD industry hi-tech – Sep./Oct. 2009 vol 20 n 5
2.Kelly Decorde, “Preventive Effect of a Melon Extract Rich in Superoxide Scavenging Activity on Abdominal and Liver Fat and Adipokine Imbalance in High-Fat-Fed Hamsters”, J. Agric. Food Chem. June 25, 2009.